1. ต้องมีความเชื่อก่อนว่า การวิ่งจะทำให้สุขภาพดี จะทำให้ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ ได้มีชีวิตอยู่กับครอบครัวยาวนาน

2. การวิ่ง ควรจะมีตัววัดเพื่อให้เห็นผลและมีกำลังใจวิ่งต่อ เช่น หลังวิ่ง ชั่งน้ำหนัก หรือวัดความดันเปรียบเทียบก่อนและหลังวิ่ง จะเห็นผลทำให้เรามีกำลังใจ

3. ตอนที่วิ่งแล้วเหนื่อยมากๆ ให้คิดถึงตอนที่เราต้องเข้าโรงพยาบาล เพื่อรักษาโรคต่างๆ ที่เกิดจากความอ้วน ต้องนอนบนเตียง เดินไม่ได้ จะทำให้มีแรงต่อสู้วิ่งต่อครับ

4. การวิ่งเพื่อลดน้ำหนัก ใช้เวลา 3 วัน 7 วัน เป็นไปไม่ได้ ต้องใช้เวลาเน้นความต่อเนื่อง อย่าพักเกิน 3 วันแล้วเราจะรู้สึกว่าการวิ่งเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต

5. ช่วงที่เบื่อการวิ่งมากๆ หรือไม่อยากวิ่งแล้ว ให้บอกตัวเองว่าเรากำลังปีนภูเขาใกล้จะถึงยอดแล้ว ให้อดทนวิ่งต่อ แล้วเมื่อถึงยอดภูเขาแล้ว เราก็แค่วิ่งลงจากภูเขา จะทำให้การวิ่งสบายกว่าเยอะเลย

6. การวิ่งที่ยากที่สุดคือ ช่วง 3 กิโลเมตรแรก อดทนที่จะฝืนตัวเองออกไปวิ่ง หลังจากนั้นร่างกายจะปรับตัวได้ จะรู้สึกวิ่งสบาย

7. การวิ่งเพื่อลดน้ำหนักที่ได้ผล ต้องควบคุมอาหารร่วมด้วย ไม่ใช่วิ่ง Fun Run แต่กินเหมือนวิ่งมาราธอน ถ้ากินน้อยกว่าเดิมจะดีมากๆ ลดแป้งและน้ำตาล เน้นไข่ ถั่ว นมจืด ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน

8. การลุกจากเตียงเพื่อออกไปวิ่งแต่ละครั้ง จะวิ่งช้า วิ่งเร็ว หรือแม้กระทั่งเดิน แค่นี้คุณก็ชนะตัวเองและคนที่นอนต่อบนเตียงแล้ว

9. วันไหนอยากกินอาหารมื้อใหญ่หรือแบบบุฟเฟ่ต์ ให้วางแผนการวิ่งให้มากขึ้นกว่าปกติ เพื่อให้มีความสมดุลย์ของพลังงานที่เข้าและออกจากร่างกาย เช่น กินบุฟเฟ่ต์ต้อง วิ่ง 1 มาราธอนก่อนกิน

10. นักวิ่งที่เก่งๆ ทุกคนต้องผ่าน ความเหนื่อย ความท้อ ความอยากเลิก มาทุกคน ไม่มีใครที่เกิดมาแล้วมีพรสวรรค์ ที่วิ่งได้เร็วโดยไม่เหนื่อย ทุกอย่างต้องใช้เวลา ขยัน อดทน มีวินัย เชื่อเถอะผลของความเหนื่อยจากการวิ่ง จะส่งผลต่อสุขภาพร่างกายอย่างมากมายในทางที่ดีขึ้น จนเราคิดไม่ถึง เพราะ “การวิ่งคือยารักษาโรคอย่างยั่งยืน”

Cr. วรัญญา งามขำ